ReadyPlanet.com


ปรึกษาคดีเช่าซื้อครับ


 รบกวนปรึกษานิดนึงครับ 

 
ประมาณ พ.ย. 50 ผมทำเรื่องเช่าซื้อรถกับ ไทยพาณิชย์ลีสซิ่ง หลังจากนั้น ราวๆเดือน พ.ย. 51 ผมนำรถไปคืนที่ ธ.ไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ (อโศก) เนื่องจากผมขาดส่งมา 3 งวด
 
วันที่นำรถไปคืนพนักงานที่เป็นคนมารับรถคืนจากผม ตรวจสภาพรถเรียบร้อย แล้วแจ้งผมว่า พี่ให้เวลา 15 วัน หาค่างวดมาจ่าย แล้วเอาไปใช้ต่อเถอะ รถยังใหม่อยู่ เสียดาย
 
หลังจากนั้น ทางบ้าน(แม่)ผมทราบเรื่องจึงต้องการนำรถมาผ่อนต่อเอง โดยเอาเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ผมไปนำรถออกมาประมาณวันที่ 9 หรือ 10 นับจากวันที่ผมนำรถไปคืน
 
แต่พอไปแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่าย ที่สามารถนำรถออกให้ผม (คนละคนกับที่รับรถ) เขาบอกว่ารถผมขายทอดตลาดไปแล้ว ผมจึงถามเขาว่า ทำไมคนที่รับรถบอกว่า 15 วัน 
 
เขาจึงบอกว่าจริงๆต้องเป็น 7 วัน ดูในเอกสารที่เอารถไปคืน (ผมไม่แน่ใจตัวเลขนี้) ตอนนี้เอกสารต่างๆผมทำหายไปหมดแล้ว เพราะหลังจากนั้น ผมก็ย้ายที่อยู่บ่อยมากๆ แทบทุกปี
 
วันนั้นผมจึงต้องกลับบ้านมือเปล่า และผมก็ไม่ได้ถามด้วยว่ารถผมขายได้เท่าไร (ตอนนั้นไม่รู้จริงๆว่าจะมีเรียกเก็บค่าขาดประโยชน์ด้วย) ก็กลับมาดำเนินชีวิต ตามปกติ
 
หลังจากนั้นทุกต้นปี จะมีเอกสารจาก ธ.ไทยพาณิชย์ มาแจ้งผมทุกครั้ง (ปีละครั้ง) แต่ผมไม่เคยเปิดดูเลย เพราะผมเป็นหนี้บัตรหลายใบมากๆ ช่วงนั้น 
 
เลยเข้าใจไปเองว่า เป็นจดหมายแจ้งเรื่องเครดิต เหมือน ธนาคารอื่นๆ ผมก็ดำเนินชีวิตมาตามปกติ
 
จนเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว มีเจ้าหน้าที่จากบริษัท JMT โทรมาหาผม แจ้งว่าเขาได้ซื้อหนี้ผมมาจากธนาคาร ไทยพาณิชย์แล้ว
 
เขาเป็นเจ้าหนี้ใหม่ผม เนื่องจากคดีนี้มีการพิพากษาไปแล้วเมื่อ พย. 52 (1 ปี พอดีหลังจากขายรถผมทอดตลาด) เนื่องจากรถผมขายทอดตลาดได้ราคาประมาณ 360,000 บาท
 
มีส่วนต่างประมาณ 100,000 บาท รวมค่าดอกเบี้ยอะไรต่างๆ รวมๆแล้ว 200,000 กว่าๆ
 
แต่เขาทำการเรียกเก็บเงิน จำนวน 170,000 บาท เขาบอกว่าถ้าจ่ายคั้งเดียว ลดให้เหลือแค่ 140,000 บาท
 
ผมพยายามต่อรองเพราะผมมี รถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน เป็นทรัพย์สินเดียวที่เป็นชื่อผม ว่าจะขายแล้วให้เงินเขา 60,000 บาท แต่ทางเขาบอกว่ามันไม่พอ
 
และให้ผมจ่าย 60,000 บาทเข้าไปก่อนที่เหลือ ทยอยผ่อนเอา แต่ทางผมต้องการจบแค่ราคานี้ เพราะถ้าให้ผ่อนต่อก็คงไม่ไหว เพราะตอนนี้ทำงาานคนเดียว แฟนเลี้ยงลูกอีก 2 คนยังเล็กๆ 
 
วันนี้ทาง JMT โทรมาหาผมอีกว่าจะทำเรื่องเข้ากรมบังคับคดี วันพรุ่งนี้ เพื่ออาญัติเงินเดือนผมครับ
 
คำถามครับ
 
1.ทาง JMT สามารถทำเรื่องอาญัติเงินเดือนผมได้ไหมครับ หรือ ว่าต้องฟ้องใหม่ เพราะโจทย์เปลี่ยนไปแล้ว
 
2.ถ้าเรื่องเข้ากรมบังคดีได้จริงๆ ผมยังสามารถต่อรองหรืออุทรณ์อะไรได้อีกไหมครับ เพราะตอนที่ศาลพิพากษาเขาส่งหมายศาลไปที่อยู่เก่า ผมเลยไม่รู้ว่ามีหมายศาล
 
3. อายุความของการฟ้อง รถผมถูกขายทอดตลาด พย. 51 แต่ศาลพิพากษาคดีผม พย. 52 ประมาณปีนึง อันนี้มีผลอะไรบ้างไหมครับ
 
4. ผมต้องการเคลียร์หนี้จริงๆ แต่ราคาก็ควรจะสมเหต สมผลด้วย ผมสามารถขอให้ทนายไปคุยต่อรองได้ไหม เพราะผมไม่เคยคิดหนี ใช้เบอร์เดิมมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน
 
แต่ไม่มีคนของไทยพาณิชย์ โทรหาผมสักคน พอโทรมาก็กลายเป็น JMT เลย


ผู้ตั้งกระทู้ พงค์ (a-dot-pongnapat-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2014-07-24 16:28:57


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3426950)

ข้อ1 เจ้าหน้าตามคำพิพากษา หากมาถึงขั้นตอนของการบังคับคดีแล้ว สามารถอายัคเงินเดือนคุณได้ค่ะ

ข้อ 2 การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง  สามารถส่งได้ตามภูมิลำเนาของจำเลย หรือสถานที่ระบุไว้ในสัญญาค่ะ 

ข้อ 3  ไม่ มีผลใดๆ  ต่อการบังคับคดีค่ะ

ข้อ 4 ตอนนี้คุณตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้วค่ะ ถึงแม้คุณจะไม่ยินยอมชำระเพราะเห็นว่าจำนวนเงินนั้นสูงเกินไป  เจ้าหนี้ก็ยังคงสามารถอายัดเงินเดือนของคุณเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ค่ะ

สำหรับข้อสงสัยว่าทำไมจึงไม่เป็นไทยพาณิชย์  คำตอบคือ น่าจะเป็นการสวมสิทธิจากธนาคารไทยพาณิชย์ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทีมงาน jollaw วันที่ตอบ 2014-08-31 23:52:43



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล