ReadyPlanet.com


ซื้อที่ดิน น.ส.4ง. จากการแบ่งขายถอดตลาด ขณะนี้เกิดปัญหาตามมาไม่รู้จะไป ปรึกษาท่านใดดี ช่วยหน่อยครับ


พ่อข้าพเจ้าได้ผ่อนที่ดิน ประเภทเอกสารสิทธิ : โฉนด น.ส.4ง. โฉนดนี้ออกเมื่อ 2

มี.ค. 2531 นายดำเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ เนื้อที่ 9 ไร่กว่า ๆ นายดำได้แบ่งแยกขาย 7

แปลง ได้รางวัดปักไม้แก่นไว้ 23 หลัก 2-3มิถุนายน 2531 มีผู้ซื้อคือนาย ก. นาย ข.

นาย ง. นาย จ. พ่อข้าพเจ้าคือนาย ง. พา นาย ก.กับนาย จ. ไปทำสัญญาการซื้อ

ขายที่บ้านของนายดำ นาย ก.กับนาย จ.ได้ชำระเงินสดเป็นจำนวนเงินที่นายดำต้อง

การขายเสร็จแล้วได้หนังสือสัญญาการซื้อขาย แบบฟอร์มเป็นลักษณะแบบนี้ครับ
ฉบับที่………………….สัญญาทำเมื่อ......เดือน......พ.ศ.................................
นามผู้ขาย..........................................................
จำนวนเงินที่ขาย ..............................

บาท............สตางค์..................................
ทรัพย์ที่ขายคือ...................................................

หนังสือสัญญาการซื้อขาย

เขียนที่............................
วันที่.........เดือน.....................พ.ศ................
    ข้าพเจ้า.............................. ซึ่งต่อไปในหนังสือสัญญานี้
เรียกว่าผู้ขายฝ่ายหนึ่ง กับข้างเจ้า.............................................ซึ่งต่อไปใน

หนังสือสัญญานี้
เรียกว่าผู้ซื้อฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินดังมีข้อความต่อ

ไปนี้
    ข้อ๑. ผู้ขายได้ขาย

........................................................................
..............................................................................................
ให้แก่ผู้ซื้อเป็นจำนวนเงิน................. บาท ........... สตางค์

....................................
และยอมมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ วันที่ ............. เดือน ................... พ.ศ

................................
และผู้ขายได้รับราคาดังกล่าวแล้วไปจากผู้ซื้อเสร็จแต่ วันที่ .............

เดือน............. พ.ศ................
...........................
    ข้อ๒. ผู้ขายยอมสัญญาว่า ทรัพย์สินซึ่งผู้ขายได้นำมาขายให้แก่ผู้ซื้อนี้

เป็นทรัพย์สินของผู้ขายคนเดียว และไม่เคยนำไปขาย จำนำ หรือทำสัญญาผูกพันใด

ๆ แก่ผู้ใดเลย
    ข้อ๓.

...........................................................................................
................................................................................................................

........
    ข้อ๔. ผู้ขายและผู้ซื้อได้ทราบข้อความในสัญญานี้ดีแล้ว จึงได้ลงลายมือ

ชื่อนี้เป็นหลักฐาน
        ลงชื่อ..................................ผู้ขาย
ลงชื่อ..................................ผู้ซื้อ
ลงชื่อ..................................ผู้พยาน
ลงชื่อ..................................ผู้พยาน
ลงชื่อ..................................ผู้พยาน
    ๑ถ้าหากผู้ขายยังไม่ส่งมอบทรัพย์ให้ในเวลาทำสัญญาควรเติมข้อความ

อีกข้อ ๑ ว่าตราบใดที่ผู้ขายยังไม่ส่งมอบทรัพย์ให้ ยังไม่ถือว่าได้มีการซื้อขาย มิ

ฉะนั้นผู้ซื้ออาจจะเสียเปรียบผู้ขาย
    ๒สัญญาซื้อขายไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เว้นแต่จะถือว่าสัญญานี้เป็นใบ

รับเงินแล้ว ถ้าสัญญาซื้อขายตั้งแต่ ๑๐ บาท ถึง ๒๐ บาท ต้องปิดอากรแสตมป์ ๑๐

สตางค์ ถ้าสัญญาซื้อขายนี้เกินกว่า ๒๐ บาท ทุก ๒๐ บาท หรือเศษของ ๒๐ บาท

ต่อ ๑๐ สตางค์ ถ้าสัญญาซื้อขายต่ำกว่า ๑๐ บาท ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์

นาย ก. หนังสือสัญญาทำเมื่อ พ.ศ 2533 กับนาย จ. หนังสือสัญญาทำเมื่อ พ.ศ

2534 เหลือแต่รอการโอนกรรมสิทธิ์เท่านั้นเอง ส่วนนาย ง.เป็นพ่อผมได้ ไปตกลง

ซื้อที่ดินเนื้อที่แปลงนี้ประมาณ  1 ไร่กว่า ๆ ได้ตกลงซื้อขายกันประมาณตารางวาละ

55 บาท ที่ดินบริเวณนี้ไม่มีเทศบาลแต่ติดถนนสาธารณะประโยชน์ ซึ่งได้วางเงินไป

กับนายดำครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2534 ต่อมาพ่อได้หาเงินไปวางเป็นครั้งที่สองจนครบ

ขอให้นายดำเขียนหลักฐานหนังสือสัญญาการซื้อขาย แต่นายดำไม่ทำให้ นายดำ

เสนอว่าขอให้พ่อซื้อที่ดินต่อไปอีกประมาณไร่กว่า ๆ พ่อผมได้หลักฐานการซื้อเพียง

ใบเสร็จการจ่ายเงิน แต่ว่าพ่อทำหายแล้วครับ พ่อไปติดต่ออีกก็ไม่ทำให้ ส่วนนาย ข.

ก็อยู่ที่ดินตรงนั้นมาเรื่อยยังไม่ติดต่อนายดำ

หลังจากนั้น นาย ก. นาย ข. นาย ง. นาย จ. อยู่ที่ดินตรงนั้นเมื่อ พ. ศ. 2534 มีแต่

ต้นไม้ ได้พัฒนามาเป็นบ้าน สร้างที่อยู่อาศัย ทำนา มาประมาณ 10 กว่าปี แล้วมีนาย

แดงมาซื้อที่ดินข้างบ้านพ่อผม พ.ศ. 2540 นายแดงจ่ายเงินพร้อมโอนกรรมสิทธ์
นายดำได้นำกรมที่ดินฝ่ายรางวัด มารางวัดเป็นครั้งที่สอง ได้รางวัดปักไม้แก่นไว้ใหม่
ทั้งนาย ก. นาย ง. จ. นายแดง ส่วนนาย ข. คัดค้านเพราะว่านายดำรางวัดครอบ

พื้นที่บริเวณนั้นไม่ใช่ของนายดำ ต่อไปทุกคนอยู่ทำมาหากินสักระยะหนึ่ง นายดำได้

แจ้งให้นาย ก.กับนาย จ. ไปจ่ายค่าโอนแต่ไม่มีใครไปเพราะไม่มีเวลา นายดำก็ไม่

เคยสั่งคนมาไล่ หรือฟ้อง ก็อยู่กันต่อไปอีก จนกระทั่ง 20 ปี เมื่อ ถึงปี 2554 นายดำ

ได้พากรมที่ดินฝ่ายรังวัดมา เป็นที่สาม ทุกคนคัดค้านกันหมด เหลือแต่พ่อผมไม่ได้

คัดค้าน ปล่อยให้รางวัดไปแล้วนั้น 1 ไร่ 4 งาน ปักไม้มุกไว้ เหลือ 1 ไร่กว่ายังไม่

รางวัด จนกระทั่ง พ.ศ.2555 นายดำออกโฉนดใหม่หมดเกือบทุกคน พ่อผมมีสี่

โฉนดโฉนดละ 1 งาน หรือ 100 ตารางวา นาย ก. นาย จ. ก็ออกใหม่เหมือนกัน
นายดำก็เลยขายเป็นราคาใหม่ ตารางวาละ 700 สัญญาที่ทำไปนายดำบอกว่าหมด

อายุ นายดำซึ่งเป็นผู้ขาย ขู่ว่าให้ไปฟ้องได้เลย ผมมีพวกเยอะ ไม่กลัว ทุกคนก็เดือด

ร้อยกันใหญ่ เพราะต้องใช้เงินหลักแสน

จึงขอความช่วยเหลือด้วยครับ เป็นข้อ ๆ ดังนี้

1. ลักษณะการซื้อที่ดินขายทอดตลาด โฉนด น.ส.4ง. มีหลักฐาน เป็นหนังสือ

สัญญาการซื้อขายแบบนี้ แบบฟอร์มข้างบน ไม่ทราบว่าหมดอายุจริงหรือไม่ เป็น

โมฆะหรือไม่
2. ตามหลักฐาน หนังสือสัญญาการซื้อขายลักษณะแบบนี้ ฟ้องร้องกันได้หรือไม่

คุ้มหรือไม่คุ้ม ผู้ซื้อหรือผู้ขายเสียเปรียบ
3. จำนวนเงินที่วางไปกับผู้ขายเอาคืนได้ไหม ถ้าผู้ขายไม่ให้ ฟ้องได้หรือไม่ คุ้ม

หรือไม่
4.ไม่ทราบว่าการรางวัดไปครั้งก่อนแล้ว แล้วรางวัดใหม่อีก แล้วรางวัดใหม่เป็นครั้ง

ที่สาม แล้วผู้ซื้อจะควรยึดถือการรางวัดครั้งไหนเป็นหลักครับ
5.ถ้าจะขอทำสัญญาการซื้อขายแบบเดิมคือพ.ศ.แรกซื้อ ได้หรือไม่ ยึดสัญญาเก่า

หรือสัญญาไหม่
6.ถ้าผู้ขายไม่ยึดสัญญาเดิมควรทำอย่างไร
7.ปัญหาลักษณะแบบนี้ผู้ซื้อทุกคนรวมกันฟ้องได้หรือไม่ ผู้ซื้อหรือผู้ขาย ชนะคดี
8.ในเมื่อผู้ขายขับไล่ควรทำอย่างไร
9.ผู้ขายฟ้องผู้ซื้อต่อศาล ใครชนะคดี
10.ผู้ขายฟ้องผู้ซื้อต่อศาล ตามกระบวนการใช้เวลากี่ปี
11.ถ้าจะครองปรปักษ์ในช่วงนี้ยังทันไหม อยู่มา 10 กว่าปี แล้ว
12.ถึงแม้จะออกโฉนดใหม่ สามารถครองปรปักษ์ได้หรือไม่ มีวิธีการหรือกระบวน

การอย่างไร
13.ผู้ซื้อรวมกันจ้างทนายมาทำคดีนี้จะชนะไม่ ถ้าชนะมีขั้นตอนอย่างไร ค่าใช้จ่าย

เท่าไร ถ้าตอบในกระทู้ไม่เหมาะ ก็ตอบมาทางอีเมล samrty77@gmail.com   

ยินดีรับคำแนะนำ ทุกอย่าง ครับ

 



ผู้ตั้งกระทู้ samrty (samrty77-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2013-02-20 19:14:18


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล