ReadyPlanet.com


ผิดสัญญาซื้อขายบ้าน


ดิฉันทำสัญญาซื้อขายบ้าน(ไม่ใช่สัญญาจะซื้อจะขาย)ดิฉันเป็นผู้ซื้อโดยจ่ายเงินในวันทำสัญญาไปส่วนหนึ่งและระบุไว้ในสัญญาว่าจะนำเงินในส่วนที่ค้างอยู่มาชำระในวันส่งมอบบ้านแต่ไม่ได้ระบุวันที่ลงไปว่าจะจ่ายให้ในวันไหนเพราะตอนนั้นกำลังทำเรื่องกู้ธนาคารอยู่ แต่ก็ใช้วิธีโทรศัพท์ติดต่อกับผู้ขายอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้มั่นใจว่าดิฉันกำลังรอผลอนุมัติของธนาคารอยู่ เวลาผ่านไป3เดือนธนาคารอนุมัติดิฉันโทรไปติดต่อแต่ได้รับแจ้งจากผู้ขายว่ากำลังจะขายให้กับคนอื่นดิฉันสงสัยและขอเรียนถามว่า
ข้อที่1. เมื่อไม่ได้บอกยกเลิกสัญญาดังกล่าวผู้ขายมีสิทธิ์ที่จะทำสัญญาใหม่ขายให้แก่ผู้อื่นได้หรือไม่
ข้อที่2. กรณีไม่ได้ระบุวันที่ว่าจะต้องนำส่วนที่เหลือมาจ่ายในวันไหนเพียงแต่ระบุว่าจะนำมาจ่ายในวันส่งมอบบ้าน ดิฉันถือว่าไม่ได้ผิดสัญญาใช่ไหม
ข้อที่ 3. กรณีเช่นนี้ดิฉันจะมีวิธีการใดเพื่อให้ได้สิทธิ์ตามสัญญานั้นกลับคืนมา
ข้อที่4. ดิฉันจะสามารถฟ้องผู้ขายได้หรือไม่
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงยิ่ง กำลังร้อนใจเป็นอย่างมาก

 



ผู้ตั้งกระทู้ อรุณรัตน์ :: วันที่ลงประกาศ 2010-06-25 21:01:47 IP : 125.26.182.215


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3200373)

         ในกรณีของคุณนั้น เป็นการซื้อขายบ้าน ซื่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจน ว่าต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่ในกรณีนี้ ได้มีการจ่ายเงินไปบางส่วนในวันทำที่สัญญา และมีหลักฐานเป็นหนังสือ รวมที่เจตนาของคุณคือการจดทะเบียนหากกู้เงินจากธนาคารได้ จึงนำหนังสือดังกล่าวมาเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องคดีได้ แม้ว่าสัญญาที่คุณทำจะไม่มีซื่อเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย แต่ลักษณะของสัญญาที่ทำเป็นลักษณะของสัญญาจะซื้อจะขายครับ ส่วนเงื่อนไขการชำระเงิน เป็นไปตามการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย 

ตอบตามประเด็นให้ครับว่า

ข้อ 1. หากผู้ซื้อไม่ปฎิบัติผิดสัญญาและยังไม่ได้บอกเลิกสัญญากับผู้ขาย ผู้ขายกลับเป็นฝ่ายปฎิบัติผิดสัญญานำบ้านไปขายผู้อื่นผู้ขายก็ต้องรับผิดต่อผู้ซื้อ

ข้อ2. ชัดเจนแล้วว่าวันส่งมอบบ้านคือวันชำระส่วนที่เหลือ ซึ่งหากผู้ขายต้องการให้ผู้ซื้อชำระเงิน โดยกำหนดเงื่อนเวลาขึ้นมาภายหลังทำสัญญาก็ได้ และเมื่อผู้ซื้อไม่ปฎิบัติตามผู้ขายอาจถือเป็นเหตุผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญาก็ได้ ดังนั้นในกรณีของคุณ เมื่อกำหนดเวลาชำระส่วนที่เหลือยังมาไม่ถึง ก็ยังไม่ถือว่าคุณเป็นฝ่ายผิดสัญญา

ข้อ 3. การใช้สิทธิของคุณในกรณีดังกล่าวก็คงต้องใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลครับ

ข้อ 4. สามารถฟ้องร้องได้ แต่ทั้งนี้ต้องให้ทนายความตรวจสอบเอกสาร ( สัญญาซื้อขาย )ของคุณโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะได้ข้อเท็จจริงที่มากขึ้นกว่านี้

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายธีรภัทร์ 0816669150 (ttapjan-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-06-25 22:40:33 IP : 124.122.64.240


ความคิดเห็นที่ 2 (3200400)

ขอขอบพระคุณกับคำตอบค่ะคุณทนายธีรภัทร์ดิฉันคงดำเนินการขั้นต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น อรุณรัตน์ วันที่ตอบ 2010-06-26 09:33:13 IP : 125.26.186.162


ความคิดเห็นที่ 3 (3283797)

 ขอบคุณ คุณทนายมากเลยครับ เรื่องเงินกู้นี่ประมาทไม่ได้จริงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น นัท (nut_mai_zaa-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-02-21 15:46:29 IP : 223.206.45.176


ความคิดเห็นที่ 4 (3284392)

สัญญาจะชื้อจะขายแตกต่างกับสํญญาชื้อขาย อย่างไรค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น j (chuthama-at-chuil-dot-com)วันที่ตอบ 2011-02-28 12:32:50 IP : 180.183.112.95


ความคิดเห็นที่ 5 (3330544)

 อยากทราบว่า บ้านของดิฉันซึ่งเป็นที่ดินของวัด แต่ตัวบ้านมีผู้มาสร้างไว้  มีการซื้อขายกัน ทำสัญญา โดย มัดจำเอาไว้ เป็นเงินจำนวนหนึ่ง และที่เหลือจะชดใช้ ไปตามกาลเวลา โดยบ้านหลังนี้ ดิฉันมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและดิฉันเป็นเจ้าบ้านดิฉันได้เปิดกิจการร้านอาหาร  และผู้ขายบ้านก็อยู่กิน ต่างๆนาๆๆ มาเป็นเวลาสองปี  ซึ่งคำนวฯดูแล้ว  เกินกว่า ที่เงินจำนวนที่ซื้อบ้าน แล้วตอนหลัง เจ้าบ้าน ซึ่งมาเรียกร้อง เอาเงิน แต่ดิฉันก็ คืนเงินเป็นจำนวนหมดแล้ว แต่เรื่องสัญญา ก็ได้กำหนดไปตามนั้น

 *** แต่ดิฉันอยากทราบว่าจะต้องทำยังไงต่อไป  เพราะเจ้าของบ้าน  จะฟ้องทนายค่ะ  แล้วบ้านหลังนี้ ก็เป็นชื่อดิฉัน แล้วที่ดิน  ก็ไม่ใช้ของเจ้าของบ้าน แต่เป็นที่ดินของวัด ซึ่งเจ้าของบ้านไม่มีสิทธิ์อยู่แล้ว แต่ตัว้บาน  เจ้าของบ้านสร้างไว้  แล้วเราจะผิดไหมค่ะ ในฐานะเราผุ้อยุ่อาศัย??

ผู้แสดงความคิดเห็น ปุณณภา (sommon1883-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-04-30 16:56:38 IP : 115.67.64.74



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล